ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน
ชื่อเต็ม คือ วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน เดิมชื่อ วัดสหรีศรีบุญเรือง สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2437 ตั้งอยู่บนบริเวณเนินเขาเตี้ยๆ ในพื้นที่ของหมู่บ้าน ภายใต้เนินเขามีถ้ำซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน ที่เคารพนับถือ จึงเรียกว่า วัดบ้านเด่น ครูบาชัยยา วัดป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ได้มาเป็นองค์ประธานริเริ่มการก่อสร้างวัดบ้านเด่น ตั้งแต่นั้นมาวัดบ้านเด่น มีพระภิกษุสามเณร มาจำพรรษาตลอดทุกๆ ปี
จนถึงวันศุกร์ ที่ 9 มีนาคม พุทธศักราช 2531 คณะศรัทธาวัดบ้านเด่นจึงไปกราบอาราธนานิมนต์ ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดหัวดง ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นประธานในการก่อสร้างศาสนสถานสมบัติทั้งหมดภายในวัดบ้านเด่น ตลอดเรื่อยมาถึงปัจจุบันงานบุญแต่ละครั้งจะมีศรัทธาสาธุชนลูกศิษย์ครูบามาร่วมกราบไหว้ขอพรอย่างเนืองแน่นเสมอ จึงมีชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา นำเงินมาเป็นปัจจัยในการทำบุญเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนไม่น้อย ครูบาก็ไม่ต้องการจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้ ประกอบกับคิดอยากจะสร้างอนุสรณ์ แห่งบุญที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา จึงได้มีการปรับปรุง ก่อสร้างวัดเสียใหม่ เมื่อปีพ.ศ.2534 บนพื้นที่ 80ไร่ ของวัด ที่มีทำเลที่ตั้ง อยู่บนเนินสูงมองเห็นวิวทุ่งนาสำหรับรูปแบบการก่อสร้างนั้นเป็นแบบล้านนาประยุกต์ที่ผสมผสานกับแนวคิดของครูบา คือคิดจะใส่อะไร จะทำอะไรก็ทำและต้องมีความมั่นคง ครูบาต้องการให้เป็นการผสมผสานระหว่างวัดบ้านกับวัดป่า เพราะมีความเชื่อที่ว่าศาสนาอยู่ได้เพราะปฏิบัติ การแบ่งแยกไม่ใช่เรื่องสำคัญ
(เครดิต http://www.watbanden.com/frontend/web/index.php?r=site%2Ftemplestorys)
จนถึงวันศุกร์ ที่ 9 มีนาคม พุทธศักราช 2531 คณะศรัทธาวัดบ้านเด่นจึงไปกราบอาราธนานิมนต์ ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล วัดหัวดง ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นประธานในการก่อสร้างศาสนสถานสมบัติทั้งหมดภายในวัดบ้านเด่น ตลอดเรื่อยมาถึงปัจจุบันงานบุญแต่ละครั้งจะมีศรัทธาสาธุชนลูกศิษย์ครูบามาร่วมกราบไหว้ขอพรอย่างเนืองแน่นเสมอ จึงมีชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา นำเงินมาเป็นปัจจัยในการทำบุญเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนไม่น้อย ครูบาก็ไม่ต้องการจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้ ประกอบกับคิดอยากจะสร้างอนุสรณ์ แห่งบุญที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา จึงได้มีการปรับปรุง ก่อสร้างวัดเสียใหม่ เมื่อปีพ.ศ.2534 บนพื้นที่ 80ไร่ ของวัด ที่มีทำเลที่ตั้ง อยู่บนเนินสูงมองเห็นวิวทุ่งนาสำหรับรูปแบบการก่อสร้างนั้นเป็นแบบล้านนาประยุกต์ที่ผสมผสานกับแนวคิดของครูบา คือคิดจะใส่อะไร จะทำอะไรก็ทำและต้องมีความมั่นคง ครูบาต้องการให้เป็นการผสมผสานระหว่างวัดบ้านกับวัดป่า เพราะมีความเชื่อที่ว่าศาสนาอยู่ได้เพราะปฏิบัติ การแบ่งแยกไม่ใช่เรื่องสำคัญ
(เครดิต http://www.watbanden.com/frontend/web/index.php?r=site%2Ftemplestorys)




















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น