กำลังเป็นที่สนใจ
ว่าด้วยเรื่องของระฆัง
เสียงระฆัง คือเสียงสัญญาณแห่งบุญ ความสิริมงคล
ท่านได้อนุโมทนาบุญกับพระสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์ สาธุ
: ประวัติระฆังสมัยพุทธกาลระฆังเป็นสัญลักษณ์แห่งความดี เกียรติยศชื่อเสียง ประดุจประตูก้าวสู่สรวงสวรรค์ ผู้ที่สร้างระฆังถวายวัดหรือโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไว้เคาะตีส่งสัญญาณให้รู้ถึงวันเวลา เท่ากับเป็นการสร้างความดีชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง และเป็นสิริมงคล ตามประวัติพระพุทธศาสนา ได้มีการสร้างระฆังขึ้นครั้งแรกในสมัยพระพุทธกาลผู้ที่สร้างระฆังขึ้นเป็นครั้งแรกคือนางวิสาขา มหาอุบาสิกา
นางวิสาขา มหาอุบาสิกา เป็นพระอริยบุคคลผู้สำเร็จธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ยังเป็นสาว เกิดในตระกูลเศรษฐี เมืองภัททิยะ แคว้นอังคะ เป็นบุตรสาวของธนญชัยเศรษฐี และสุมนาเทวี ปู่ชื่อเมณฑก เศรษฐี ต่อมาได้ย้ายตระกูลเศรษฐีไปอยู่เมืองสาวัตถี กับพระเจ้าปเสนทิโกศล ได้แต่งงานกับปุณณวัฒนกุมาร บุตรของมิคารเศรษฐี
นางวิสาขาถึงพร้อมด้วยความงามของสตรี (เบญจกัลยาณี) มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้สร้างวัดชื่อพระวิหารบุพผาราม เป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์
ตามประวัติเล่าว่า วันหนึ่ง นางวิสาขามหาอุบาสิกา เมื่อมาถึงวัดได้ถอดเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ มอบให้สาวใช้ผู้ติดตาม เมื่อเสร็จกิจการฟังธรรมแล้ว ขณะเดินกลับคฤหาสน์ สาวใช้ได้ลืมเครื่องประดับไว้ที่ศาลาฟังธรรม แต่พระอานนท์ได้เก็บรักษาไว้
ต่อมานางได้นำออกมาขายในราคา ๙ โกฏิ กับ ๑ แสนกหาปณะ แต่ไม่มีใครสามารถซื้อได้ นางจึงซื้อไว้เอง นำเงินจำนวนนั้นมาสร้างวัดบุพผาราม เป็นโลหะปราสาทสวยงามแห่งแรก
ในครั้งนั้นเธอได้สร้างระฆังไว้รอบชายคา รอบปราสาท เวลามีลมพัดกระดิ่งกระทบกับระฆัง เสียงดังกังลวานสดใส ประดุจเสียงบอกบุญ สัญญาณสู่ประตูสรวงสวรรค์ หลังพุทธกาลมาแล้ว ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ ได้มีการสร้างระฆังขึ้นตามวัดวาอารามต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศจีน ทิเบต เกาหลี ที่นับถือพุทธศาสนา ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จนเป็นที่นิยมสืบมาจนถึงปัจจุบัน
การสร้างระฆังไว้ในพระพุทธศาสนา เท่ากับเป็นการสร้างสมบุญบารมี ความดีงาม เปิดประตูแห่งสวรรค์ มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ ทำให้เป็นคนมีเกียติยศชื่อเสียงโด่งดัง ประดุจเสียงระฆัง เป็นที่เคารพนับถือและเป็นสิริมงคล
การตีระฆังของพระสงฆ์ ถ้าเป็นช่วงในพรรษาจะมีการตีระฆังในช่วงเช้ามืดทุกวัน เวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น.เพื่อครองผ้าทำวัตรสวดมนต์
และยังมีการตี ระฆังอีก ๒ เวลา คือ ๐๘.๐๐ และ ๑๗.๐๐ เพื่อให้พระ ประชุมทำวัตรเช้า และ ทำวัตรเย็น.
ส่วนเวลาเพล เวลา ๑๑.๐๐ น.ก็จะมีการตีกลองเพล เพื่อให้พระคุณเจ้ามาที่หอฉัน เพื่อฉันภัตตาหารเพล
นอกจากนี้แล้ว ยังมีการตีกลองและระฆังอีก ตีเมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในวัด เช่น ไฟไหม้ โจรปล้น เป็นต้นครับ
เสียงระฆัง คือเสียงสัญญาณแห่งบุญ ความสิริมงคล
ท่านได้อนุโมทนาบุญกับพระสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์ สาธุ
: ประวัติระฆังสมัยพุทธกาลระฆังเป็นสัญลักษณ์แห่งความดี เกียรติยศชื่อเสียง ประดุจประตูก้าวสู่สรวงสวรรค์ ผู้ที่สร้างระฆังถวายวัดหรือโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไว้เคาะตีส่งสัญญาณให้รู้ถึงวันเวลา เท่ากับเป็นการสร้างความดีชื่อเสียงให้แก่ตัวเอง และเป็นสิริมงคล ตามประวัติพระพุทธศาสนา ได้มีการสร้างระฆังขึ้นครั้งแรกในสมัยพระพุทธกาลผู้ที่สร้างระฆังขึ้นเป็นครั้งแรกคือนางวิสาขา มหาอุบาสิกา
นางวิสาขา มหาอุบาสิกา เป็นพระอริยบุคคลผู้สำเร็จธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ยังเป็นสาว เกิดในตระกูลเศรษฐี เมืองภัททิยะ แคว้นอังคะ เป็นบุตรสาวของธนญชัยเศรษฐี และสุมนาเทวี ปู่ชื่อเมณฑก เศรษฐี ต่อมาได้ย้ายตระกูลเศรษฐีไปอยู่เมืองสาวัตถี กับพระเจ้าปเสนทิโกศล ได้แต่งงานกับปุณณวัฒนกุมาร บุตรของมิคารเศรษฐี
นางวิสาขาถึงพร้อมด้วยความงามของสตรี (เบญจกัลยาณี) มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้สร้างวัดชื่อพระวิหารบุพผาราม เป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์
ตามประวัติเล่าว่า วันหนึ่ง นางวิสาขามหาอุบาสิกา เมื่อมาถึงวัดได้ถอดเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ มอบให้สาวใช้ผู้ติดตาม เมื่อเสร็จกิจการฟังธรรมแล้ว ขณะเดินกลับคฤหาสน์ สาวใช้ได้ลืมเครื่องประดับไว้ที่ศาลาฟังธรรม แต่พระอานนท์ได้เก็บรักษาไว้
ต่อมานางได้นำออกมาขายในราคา ๙ โกฏิ กับ ๑ แสนกหาปณะ แต่ไม่มีใครสามารถซื้อได้ นางจึงซื้อไว้เอง นำเงินจำนวนนั้นมาสร้างวัดบุพผาราม เป็นโลหะปราสาทสวยงามแห่งแรก
ในครั้งนั้นเธอได้สร้างระฆังไว้รอบชายคา รอบปราสาท เวลามีลมพัดกระดิ่งกระทบกับระฆัง เสียงดังกังลวานสดใส ประดุจเสียงบอกบุญ สัญญาณสู่ประตูสรวงสวรรค์ หลังพุทธกาลมาแล้ว ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ ได้มีการสร้างระฆังขึ้นตามวัดวาอารามต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศจีน ทิเบต เกาหลี ที่นับถือพุทธศาสนา ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จนเป็นที่นิยมสืบมาจนถึงปัจจุบัน
การสร้างระฆังไว้ในพระพุทธศาสนา เท่ากับเป็นการสร้างสมบุญบารมี ความดีงาม เปิดประตูแห่งสวรรค์ มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ ทำให้เป็นคนมีเกียติยศชื่อเสียงโด่งดัง ประดุจเสียงระฆัง เป็นที่เคารพนับถือและเป็นสิริมงคล
การตีระฆังของพระสงฆ์ ถ้าเป็นช่วงในพรรษาจะมีการตีระฆังในช่วงเช้ามืดทุกวัน เวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น.เพื่อครองผ้าทำวัตรสวดมนต์
และยังมีการตี ระฆังอีก ๒ เวลา คือ ๐๘.๐๐ และ ๑๗.๐๐ เพื่อให้พระ ประชุมทำวัตรเช้า และ ทำวัตรเย็น.
ส่วนเวลาเพล เวลา ๑๑.๐๐ น.ก็จะมีการตีกลองเพล เพื่อให้พระคุณเจ้ามาที่หอฉัน เพื่อฉันภัตตาหารเพล
นอกจากนี้แล้ว ยังมีการตีกลองและระฆังอีก ตีเมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในวัด เช่น ไฟไหม้ โจรปล้น เป็นต้นครับ




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น